เคล็ดลับสำหรับคุณแม่เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกในครรภ์

Healthy Baby

การมีลูกที่สุขภาพแข็งแรงเป็นความปรารถนาของพ่อแม่ทุกคน การปฏิบัติตนของคุณระหว่างตั้งครรภ์สามารถมีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพของลูกขณะเจริญเติบโตในครรภ์จนกระทั่งคลอด การดูแลตนเองอย่างดีเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องลูกแม้จะหลังคลอดแล้วก็ตาม บทความนี้จะนำเสนอเคล็ดลับที่มีประโยชน์เพื่อผลลัพธ์การตั้งครรภ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

1. ไปตามนัดตรวจครรภ์อย่างสม่ำเสมอ

ทันทีที่ยืนยันได้ว่าตั้งครรภ์ คุณจำเป็นต้องนัดฝากครรภ์ทันที แพทย์ของคุณควรสามารถจัดการนัดหมายกับสูติ-นรีแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญได้ การตรวจความพร้อมก่อนมีบุตรครั้งแรกจะเป็นการยืนยันว่าคุณตั้งครรภ์หรือไม่ ตลอดจนอายุครรภ์ของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามลำดับเวลาและระยะของการตั้งครรภ์เพื่อประเมินเวลาคลอด นอกจากนี้ การตรวจความพร้อมก่อนมีบุตรสำหรับผู้ชายก็สามารถทำได้เช่นกัน

หากคุณมีสุขภาพแข็งแรง แพทย์มักจะนัดตรวจทุก 4 สัปดาห์จนกระทั่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 28 จากนั้นนัดตรวจทุก 2 สัปดาห์จนกระทั่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 36 และนัดตรวจหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันคลอด มีการชั่งน้ำหนักและวัดความดันตามมาตรฐานในการนัดแต่ละครั้ง นอกจากนี้ยังอาจมีการตรวจเลือด ปัสสาวะ ปากมดลูก รวมถึงอัลตราซาวด์ในบางจุด คุณควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์อย่างมีสุขภาพที่ดี

2. หยุดพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

หลายพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อทารกในครรภ์ที่กำลังเจริญเติบโต คุณควรเลิกพฤติกรรมเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง พฤติกรรมเช่นการสูบบุหรี่สามารถเป็นอันตรายต่อ DNA ของลูกและส่งผลให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง หากคุณมีปัญหาในการเลิกสูบบุหรี่ คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางในการเลิกสูบ

การดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในไตรมาสแรกสามารถเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนระหว่างการเจริญเติบโตของทารกได้ การใช้ยาเสพติดก็เช่นเดียวกัน แม้กัญชาจะถูกกฎหมาย แต่สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือการหยุดใช้ระหว่างตั้งครรภ์เพื่อปกป้องลูกของคุณ

การบริโภคคาเฟอีนในปริมาณมากสามารถเป็นอันตรายต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการแท้ง ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือหยุดบริโภคระหว่างการตั้งครรภ์ แต่หากคุณพบว่าการหยุดโดยสิ้นเชิงนั้นยากเกินไป ให้จำกัดปริมาณที่บริโภคต่อวันอยู่ที่ไม่เกิน 200 มก.

3. ทำตัวให้แข็งแรงเข้าไว้

การทำตัวกระฉับกระเฉงและรักษาสุขภาพให้ดีย่อมเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณในระหว่างการตั้งครรภ์ การคลอด และการฟื้นฟูร่างกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นตัวช่วยที่ดีในการป้องกันไม่ให้น้ำหนักเพิ่มมากเกินไปและลดอาการแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เช่น อาการบวมและปวดหลัง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถรับมือกับการคลอดได้ดีขึ้น รวมถึงฟื้นฟูร่างกายหลังการคลอดได้เร็วขึ้น

หากคุณไม่ใช่คนที่ออกกำลังกายมาตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ คุณไม่จำเป็นต้องเริ่มออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม คุณควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยแบ่งเวลาออกกำลังกายตลอดสัปดาห์  ลองทำกิจกรรมที่ง่ายและมีแรงกระแทกไม่มาก เช่น เดิน โยคะ หรือว่ายน้ำ อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำและหยุดพักหากคุณต้องการ นอกจากนี้ คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วยเมื่อมีนัดตรวจครรภ์แต่ละครั้ง

4. สังเกตน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น

สิ่งนี้มีความสำคัญมากเท่าเทียมกับการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง การมีน้ำหนักเพิ่มระหว่างตั้งครรภ์เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากน้ำหนักเพิ่มมากเกินไปก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนและยากที่ลดน้ำหนักในภายหลัง ส่วนในกรณีที่น้ำหนักเพิ่มน้อยเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของทารกและทำให้ทารกมีความเสี่ยงที่จะน้ำหนักตัวน้อยเมื่อแรกเกิด

ปริมาณน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและนับว่าสุขภาพดีนั้นขึ้นอยู่กับน้ำหนักของคุณก่อนตั้งครรภ์ ยิ่งน้ำหนักน้อย คุณก็ยิ่งสามารถเพิ่มน้ำหนักได้มากขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ แพทย์จะติดตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างการนัดตรวจครรภ์แต่ละครั้งและให้คำแนะนำหากมีการเปลี่ยนแปลงที่ช้าหรือเร็วเกินไป

5. รับประทานอาหารเสริมตามคำแนะนำ

การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญระหว่างการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม สารอาหารที่จำเป็นในช่วงเวลานี้ไม่สามารถดูดซึมได้ง่ายจากอาหารปกติ สารอาหารที่สำคัญ เช่น แคลเซียม กรดโฟลิก และธาตุเหล็กคือกุญแจสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และการปกป้องสุขภาพของคุณแม่ แพทย์จะจ่ายวิตามินบำรุงก่อนและระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งคุณควรรับประทานตามคำสั่งของแพทย์ หากคุณเลือกรับประทานวิตามินรวม ควรตรวจสอบกับแพทย์ให้แน่ใจก่อนว่าวิตามินนั้นดีต่อตัวคุณ

6. ฝึกออกกำลังกายแบบคีเกล (Kegels)

การออกกำลังกายแบบคีเกลเป็นการเน้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่รองรับช่องคลอด มดลูก ปากมดลูก กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย กล้ามเนื้อเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยในกระบวนการคลอดและสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ระหว่างและหลังการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งภาวะกลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องการพยุงหลัง ลดความเจ็บปวดและความถี่ของอาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์ แม้คุณจะไม่เคยออกกำลังกายแบบคีเกลมาก่อนตั้งครรภ์ คุณก็สามารถเริ่มเองได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ตอนนี้และเตรียมร่างกายให้พร้อม การออกกำลังกายแบบคีเกลเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและทำได้ทุกที่ ทุกเวลา

7. จัดระเบียบงานบ้าน

เมื่ออายุครรภ์เพิ่มขึ้น คุณจะพบว่าการก้มและรักษาสมดุลของร่างกายเป็นเรื่องยากขึ้น คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เพื่อให้เข้ากับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หยุดทำงานบ้านที่จำเป็นต้องก้ม เช่น การทำความสะอาดพื้น และหันมาทำสิ่งที่คุณจัดการได้ง่ายกว่าขณะยืนหรือนั่งแทน นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้คุณมีความเสี่ยงที่จะล้ม เช่น การปีนบันไดหรือการทำความสะอาดพื้นที่เปียก และทุกอย่างที่เป็นการยกของหนัก

คุณควรพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีที่เป็นพิษ ซึ่งอาจหมายถึงการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หากคุณเลี้ยงแมว ให้คนอื่นรับหน้าที่เปลี่ยนกระบะทรายแทนเนื่องจากคุณอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) หรือโรคไข้ขี้แมว หมั่นล้างมือให้เป็นนิสัย โดยเฉพาะหากคุณออกไปข้างนอกบ่อยครั้ง สัมผัสเนื้อดิบ และทำสวน

8. เตรียมแผนการคลอด

ใช้เวลาในการตั้งคำถามและหาข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยทั้งหลายที่ส่งผลต่อการคลอด เขียนแผนการคลอดที่มีรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ เช่น คุณต้องการให้ใครอยู่ด้วยขณะคลอด คุณต้องการฉีดยาชาเข้าช่องเหนือไขสันหลัง (Epidural) หรือไม่ และคุณต้องการให้ทำอย่างไรหากมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น ลงรายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะเมื่อถึงเวลาคลอด จิตใจของคุณมักจะจดจ่อมากจนคุณไม่สามารถสื่อสารได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้คุณควรแจ้งแผนการคลอดของคุณต่อบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงครอบครัวหรือเพื่อนผู้ใกล้ชิดที่คุณต้องการให้อยู่ด้วยขณะคลอด

Facebook
Twitter
LinkedIn
Pinterest